Kindle Archives

Kindle Touch Software Update Version 5.1.0Kindle Touch Software Update Version 5.1.0

Firmware เวอร์ชั่น 5.1.0 อัพเดตแล้วนะครับ โดยมี Feature หลักๆน่าสนใจดังนี้

  • Language Support: ซัพพอร์ตภาษาสำหรับ Kindle มากขึ้นดังนี้ : English (US and UK), German, French, Spanish, Italian หรือ Brazilian Portuguese.
  • Landscape Mode: สามารถสลับโหมดการแสดงผลไปใช้แบบแนวนอนได้ ทั้งการอ่าน PDF, อ่านแผนที่ Graph ข้อมูลต่างๆได้ง่ายขึ้น
  • Instant Translations: สามารถ Tap ข้อความทั้งประโยค หรือแต่ละคำ เพื่อแปลความหมายได้ในทันที โดยแปลได้ทั้งภาษาอังกฤษ สเปน ญี่ปุ่นและอื่นๆ แปลโดย Bing Translator
  • Kindle Format 8: รูปแบบไฟล์และเลย์เอาท์แบบใหม่เพื่อการแสดงผลที่ดีขึ้น
  • Wi-Fi Enhancements: สามารถเชื่อมค่อ Wi-Fi ในระบบ WPS และ WPA2 ได้แล้ว
  • Read-to-Me With Text-to-Speech: ฟีเจอร์ที่ทำให้ Kindle Touch อ่านออกเสียงให้ฟัง โดยเพิ่มการอ่านหนังสือพิมพ์, นิตยสาร และบทความได้แล้ว
  • More Sharing Options: เพิ่มการแชร์สิ่งที่คุณอ่านในหนังสือผ่าน Facebook และ Twitter ได้จากทุกที่ในหนังสือ – เพียง Tap เพื่อแชร์ link ด้วย comment ของคุณ
  • Onscreen Keyboard Suggestions: ระบบค้นหาและ automatic word แนะนำสิ่งที่คุณพิมพ์ค้นหา

We have a new, free over-the-air software update available for Kindle Touch that includes:

  • Language Support: Customize your Kindle Touch with the language you prefer: English (US and UK), German, French, Spanish, Italian, or Brazilian Portuguese.
  • Landscape Mode: Switch between portrait and landscape orientation in books and PDFs to read maps, graphs, and tables more easily.
  • Instant Translations: Tap any word or highlight a section to instantly translate into other languages, including Spanish, Japanese, and more. Translations by Bing Translator.
  • Kindle Format 8: Formatting and layout improvements make Kindle books look even better.
  • Wi-Fi Enhancements: Connect your Kindle Touch to Wi-Fi with WPS and select WPA2 Enterprise networks.
  • Read-to-Me With Text-to-Speech: Have your Kindle Touch read English-language content out loud to you, now including summaries of newspaper and magazine articles when available from the publisher.
  • More Sharing Options: Tell others what you’re reading on Facebook or Twitter from anywhere within a book — just tap to share a link along with your comments.
  • Onscreen Keyboard Suggestions: Search and shop faster with automatic word suggestions as you type.

ซื้อ Kindle เครื่องไหนดีWhich Kindle Should I Buy?

ด้วยไลน์การผลิต Kindle ที่ถูกผลิตออกมาหลายรุ่น ที่มีทั้ง Kindle Basic, Kindle Touch, Kindle Keyboard และรวมไปถึง Kindle Fire ด้วยออฟชั่นอันหลายหลาก แต่ว่า Kindle เครื่องไหนล่ะที่ใช่สำหรับคุณ? ทาง Kindle-Thailand.in.th เราจะมาแจกแจงถึงรายละเอียด คุณสมบัติและข้อแตกต่างในแต่ละรุ่นกัน ทั้งที่เป็นที่ถกเถียงกันเรื่อง Wi-Fi หรือ Wi-Fi+3G ดี? หรือว่า “Special Offers” คืออะไร เพื่อประกอบการตัดสินใจที่ดีที่สุดของคุณ

สิ่งที่ควรนึกถึง

เมื่อเราจะตัดสินใจซื้อของสิ่งหนึ่งให้กับตัวคุณแล้ว มีคำถามมากมายที่คุณต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อน เช่นว่า อยากได้การเชื่อมต่อแบบไหน? ใช้ Wi-Fi ก็เพียงพอหรือว่าจะใช้ 3G ดี? อยากใช้ touch screen หรือว่าอยากได้ keyboard ที่เป็นปุ่มจริงๆ? อยากได้ ebook reader หรือว่าอยากได้แทบเล็ตที่คล้าย iPad?

Kindle Fire ไม่ใช่ Kindle

อยากให้เข้าใจว่า Kindle Fire ไม่ใช่ Kindle reader. Kindle Fire จะเป็นเหมือนกับ iPad ที่เป็นแทบเล็ต ใช้รัน apps และไว้ดูหนัง หรือจะเอาไว้อ่านหนังสือก็ได้ แต่ว่า Kindle Fire จะไม่มี function เหมือนกับ Kindle รุ่นอื่นๆ function ที่หายไปก็เช่น Text-to-Speech ที่มีไว้ให้ Kindle อ่านหนังสือแบบออกเสียงได้ แต่ว่าข้อแตกต่างหลักๆของ “Kindle Fire กับ Kindle รุ่นอื่นๆก็คือ Kindle รุ่นอื่นๆนั้นจะแสดงผลด้วยหน้าจอ E-Ink ซึ่งสบายตากว่าให้ความรู้สึกเหมือนอ่านหนังสือจากกระดาษจริงๆ ส่วน Kindle Fire นั้นจะแสดงผลจากหน้าจอ LCD ซึ่งจะเป็นแสงจาก backlight เหมือนกับแทบเล็ตทั่วไป” 

ซึ่งสาเหตุนี้เองทำให้อายุแบตเตอร์รี่ของ Kindle Fire จึงอยู่ได้นานเพียง 7-8 ชั่วโมง ซึ่งต่างกับ Kindle รุ่นอื่นๆที่อยู่ได้นานหลายอาทิตย์.

Kindle Fire นั้นถึงแม้ว่าจะแพงกว่า Kindle รุ่นอื่นๆแต่ถ้าเทียบกับแทบเล็ตรุ่นอื่นๆแล้วนับว่าถูกกว่ามาก. ถ้าคุณอยากได้อุปกรณ์ที่เหมาะกับการอ่านหนัีงสือแล้วล่ะก็ ด้วยราคาและความคุ้มค่าแล้วเราแนะนำ Kindle Basic, Kindle Touch หรือ Kindle Keyboard มากกว่า

 

 

การเชื่อมต่อ Wi-Fi vs Wi-Fi+3G

ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้ทำอะไรบ้าง เข้าเว็บ ดาว์นโหลดหนังสือ แม๊กกาซีน หนังสือพิมพ์หรือ content อื่นๆ. ถ้าคุณใช้เวลาส่วนใหญ่ในเมืองและบ้านที่ง่ายและสะดวกกับการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi แล้วล่ะก็ Wi-Fi เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าคุณเดินทางบ่อยๆหรือไปในจุดที่ยากจะเชื่อมต่อ Wi-Fi แบบนั้น 3G น่าจะเหมาะกับคุณ. ด้วยราคาที่เพิ่มขึ้นแต่คุณสามารถดาว์นโหลดหนังสือได้ทุกที่ แม้ว่า 3G จะค่อนข้างช้ากว่า Wi-Fi แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหนัก. มีเพียง Kindle Touch และ Kindle Keyboard เท่านั้นที่คุณสามารถเลือกได้ว่าจะเลือกรุ่น Wi-Fi หรือ Wi-Fi+3G. ส่วนเครื่องอื่นๆนั้น Kindle Basic และ Kindle Fire นั้นมีเพียงรุ่น Wi-Fi เท่านั้น. สำหรับในเมืองไทยนั้นสามารถใช้ 3G ได้ฟรีโดยไม่เสียค่าบริการและไม่ติดปัญหาใดๆ หรือถ้าพื้นที่นั้นไม่มี 3G ตัวเครื่องจะ connect เป็น EDGE ให้

Special Offer คืออะไร 

เนื่องด้วยว่า เครื่องที่ทาง Kindle-Thailand.in.th นำมาจัดจำหน่ายนั้นมีเฉพาะรุ่นที่เป็น Special Offer ซึ่งสามารถใช้ในเมืองไทยได้อย่างไม่มีปัญหา และจะไม่มีโฆษณาขึ้นมารบกวน เพราะจะขึ้นมาเป็น Screen Saver ก็ต่อเมื่อเราไม่ได้ใช้งานเท่านั้น

ซึ่งส่วนตัวผมชอบแบบ Special Offer มากกว่า เพราะว่า Screen Saver ที่ขึ้นมาเมื่อเราไม่ได้ใช้เครื่องนั้นจะเปลี่ยนไปแบบหลากหลาย เช่น รูปจากหนัง Twilight เป็นต้น ซึ่งภาพก็สวยงามดูผ่านๆไม่รู้ว่าเป็นโฆษณาด้วยซ้ำ

 

 

 

ความแตกต่างของ Keyboard

ขึ้นอยู่กับว่าคุณคิดจะใช้ ebook reader ของคุณอย่างไร? ต้องใช้ keyboard ในการ search หาหนังสือหรือหาความหมายของศัพท์ต่างๆ? ชอบจะจดโน้ตจดบันทึก? หรือใช้ web browser เพื่อเข้าเว็บ? Kindle basic, Kindle Touch และ Kindle keyboard ล้วนแต่มีการใช้ keyboard ที่ต่างกัน เลือกแบบที่ใช่สำหรับคุณ

Kindle Basic เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ใช้ keyboard บ่อยๆ เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว. keyboard ของรุ่นนี้จะปรากฏอยู่บนหน้าจอและใช้ปุ่มควบคุม 5 ทิศทางในการเลือกแต่ละตัวอักษร

Keyboard ของ Kindle Basic

Kindle Touch นั้น keyboard จะอยู่บนหน้าจอ และใช้ระบบสัมผัสจอในการเลือกตัวอักษรที่ต้องการ. ซึ่งก็ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน บางคนก็ต้องการที่จะพิมพ์บนปุ่มจริงๆเวลาเค้าจะพิมพ์อะไรมากกว่า

Keyboard ของ Kindle Touch

Kindle Keyboard นั้นถ้าคุณต้องการที่จะพิมพ์บน keyboard ที่เป็นปุ่มจริงๆแล้วล่ะก็ keyboard แบบนี้ถูกสร้างมาเพื่อคุณแล้ว มันมี keyboard ของตัวเองอยู่ด้านใต้ของหน้าจอ

Keyboard ของ Kindle Keyboard

The Kindle Family

มาเริ่มกันที่ Kindle Basic มีขนาด 6.5″ x 4.5″ x 0.34″ และหนัก 167 กรัม. หน้าจอขนาด 6 นิ้วแสดงผลแบบ E Ink Pearl มีปุ่มควบคุม 5 ทิศทางและ 4 ปุ่มหลักในการใช้งาน ขนาดความจุ 2 GB และเชื่อมต่อโดยใช้ Wi-Fi ในการคอนเน็คเข้าเว็บ. การแสดงผลแบบ E-Ink นั้นง่ายมากต่อการอ่านตราบเท่าที่มีแสดงเพียงพอ มันสามารถอ่านโดยให้ความรู้สึกเหมือนว่าอ่านหนังสือจริงๆ (อ่านได้ท่ามกลางแสงแดด) ไม่มี backlight จึงไม่มีสามารถอ่านได้ในที่มืด.

ด้วย E Ink การแสดงผลจึงเหมือนอ่านจากกระดาษมากกว่าอ่านจากหน้าจอคอมพิวเตอร์. ความจุ 2 GB นั้นก็เพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ต้องการมี ebook reader ซึ่งทำให้คุณง่ายสำหรับการขนหนังสือมากกว่า 1,000 เล่ม. แถมด้วยคุณสามารถเก็บหนังสือที่คุณซื้อจาก Amazon ไว้บน Cloud ได้ฟรี. โดยใช้การเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi ในการดาว์นโหลดหนังสือ.

อายุการใช้งานแบตเตอร์รี่ของ Kindle คือ 3-4 อาทิตย์, ขึ้นอยู่กับการใช้งาน wireless. มี Special offers และ screen saver เมื่อคุณไม่ได้ใช้งาน

 

 

 

ต่อมาคือ Kindle Touch เวอร์ชั่นระบบจอสัมผัสที่เป็นที่ชื่นชอบ ขนาดของตัวเครื่องใหญ่กว่า Kindle Basic เล็กน้อย 6.8″ x 4.7″ x 0.40″ และหนัก 212 กรัม (รุ่น Wi-Fi) และหนัก 221 กรัม (รุ่น 3G).

เหมือนกับ Kindle Basic คือหน้าจอแสดงผล E Ink ขนาด 6 นิ้ว. ใช้ระบบจอสัมผัสในการควบคุม เปลี่ยนหน้าและ keyboard. แปลว่าใช้หน้าจอทัชสกรีนสำหรับทำทุกอย่าง ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบปุ่ม นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการแน่.

มีให้เลือก 2 รุ่นคือ Wi-Fi และ Wi-Fi/3G ขนาดความจุ 4GB

 

 

 

 

 

 

Kindle Keyboard ตามชื่อของเจ้า Kindle ตัวนี้คือ keyboard แบบปุ่มสัมผัสจริงๆ. ขนาดเครื่อง 7.5″ x 4.8″ x 0.34″ และหนัก 240 กรัม (รุ่น Wi-Fi) และ 246 กรัม (รุ่น Wi-Fi+3G)

คล้ายกับสองตัวที่แล้ว Kindle Keyboard มาพร้อมหน้าจอ E Ink ขนาด 6 นิ้ว. อายุแบตเตอร์รี่ที่เหมือนกันและความจุขนาด 4GB. โดยตัวเครื่องจะมี Keyboard เป็นของตัวเองอยู่ข้างใต้จอแสดงผล ประกอบไปด้วยปุ่มควบคุม 5 ทิศทาง รุ่นนี้สำหรับคนที่ต้องการปุ่มจริงๆแทนระบบสัมผัสหน้าจอ

 

 

 

 

 

 

Kindle Fire เป็น Tablet จอสีขนาด 7 นิ้ว หน้าจอระบบ Multi-touch และเชื่อมต่อเว็บผ่าน Wi-Fi. แท็บเล็ตผนวกเข้ากับระบบ Amazon cloud. ระบบปฏิบัติการ Android 2.3 พร้อมด้วย interface ที่ปรับแต่งได้ ขนาดความจุ 8GB

อย่างไรก็ตามมันมาพร้อมกับความจุบน Cloud ของ Amazon ไว้เก็บ content ได้ฟรี. คล้ายกับแท็บเล็ต Android อื่นๆ คุณสามารถรัน apps และเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็ตและอื่นๆ

อ่าน Review ได้ที่ Review Kindle Fire แบบละเอียด

 

 

 

 

 

 

สรุป

ถ้าคุณต้องการ แท็บเล็ตสำหรับ multimedia คุณเหมาะกับ Kindle Fire. ถ้าคุณต้องการ ebook reader ต้องดูปัจจัยอื่น. ถ้าคุณไม่ต้องการใช้ Keyboard มากเท่าไรและ Wi-Fi ก็เพียงพอ คุณเหมาะกับ Kindle Basic. ถ้าคุณต้องการใช้บริการ 3G ฟรี คุณต้องเลือกระหว่าง Kindle Touch และ Kindle Keyboard.The Kindle line has expanded to include not only the basic Kindle, but also the Kindle Touch, Kindle Keyboard and the much publicized Kindle Fire. With so many options available, which one is right for you? Here’s a breakdown of each device including how much it will cost and what it can do. Also discussed is the difference between Wi-Fi and Wi-Fi+3G models and what exactly “Special Offers” means. Now you can decide which model will meet your needs best.

Things to think about

When deciding which model to purchase for yourself or someone else, there are some questions you need to answer. How is this device going to be used? Is the user going to just read books on it, or are they going to subscribe to magazines and newspapers as well? What kind of connectivity will the user need? Is Wi-Fi only enough or is3G needed as well? Does the user want to use a touch screen or prefer using physical buttons to navigate? Is a physical keyboard necessary or can the user make do with an onscreen keyboard? Do you want a simple ebook reader or are you shopping for an iPad-like tablet?

The Kindle Fire isn’t a Kindle

We need to be clear here, the Kindle Fire is not a Kindle reader. The Fire is an iPad clone tablet that runs apps and plays movies. You can read books on it using the Kindle App, but it does not have the exact same functionality of the other Kindles. One such feature that is missing from the Kindle Fire is Text-to-Speech. This allows the device to read English-language content to you so you can listen to your book while you are doing other things. Another big difference is that the other Kindles have an E Ink display that allows easy reading while outdoors. The Fire’s display is backlit which will make it difficult to read while you are at the beach or relaxing at the park. Battery life for the other Kindles is expressed in weeks, but the battery life for the Fire is 7 to 8 hours. The Fire is also much more expensive than the other Kindles, it may be a low cost tablet, but it is a very expensive ebook reader. If you only want to use your device strictly for reading, it is more cost effective and rewarding to go with the Kindle, Kindle Touch, or Kindle Keyboard.

 

 

 

Connectivity: Wi-Fi Only vs. Wi-Fi+3G

How are you going to access the web to download your books, magazines, newspapers and other content? If you spend most of your time in town and have easy access to a Wi-Fi signal, you should stick with a Wi-Fi Only device and save yourself the cash. If you frequently travel or don’t have easy access to Wi-Fi, then getting a device that has free 3G service may be for you. It will cost you more but you can download from anywhere that the device can pick up a signal. 3G delivery will be much slower that Wi-Fi but not too painful. Only the Kindle Touch and Kindle Keyboard are offered with the choice of getting Wi-Fi Only or Wi-Fi+3G. The other devices, the basic Kindle and the Kindle Fire, are Wi-Fi only. For Thailand you can connect 3G wireless for free without any problems.

Do you want your reader with or without ads?

Seems like an easy question to answer, I mean, who wants to put up with ads on their device? You might rethink your answer after you realize that by getting a Kindle, Kindle Touch, or Kindle Keyboard with Special Offers, you will save yourself some money. The ads appear on the device’s screensaver and on the bottom of the home screen. They do not display while you enjoy reading your book. (In Kindle-Thailand.in.th provide you only Special Offers version)

Keyboard Differences

How are you planning to use your ebook reader? Will you only need the keyboard for searching for books or looking up a definition once in a while? Do you plan on taking notes, or will you use the web browser to check the web? Since the basic Kindle, Kindle Touch and Kindle Keyboard all use different keyboard options, you need to decide which is right for you. The basic Kindle is for someone that isn’t going to need to use the keyboard on a frequent basis. Its keyboard appears on the screen and you use the 5-way controller to locate and select each letter.

Kindle’s keyboard

The Kindle Touch also has an onscreen keyboard; however since it uses a touch screen, you can easily select the desired letters and type fairly well. This option isn’t for everyone as some people just need to have a physical button to push when they type.

Kindle Touch’s keyboard

If you need to have a physical keyboard to type, then the Kindle Keyboard was built with you in mind. It has its own keyboard located under the display screen.

Kindle Keyboard’s keyboard

The Kindle Family

First there is the Kindle, which is the base unit. The device measures 6.5″ x 4.5″ x 0.34″ and weighs in at 5.90 ounces. The screen is a 6″ E Ink Pearl display and the unit uses a 5-way controller and 4 buttons to navigate, has 2GB of internal storage, and relies on Wi-Fi for connecting to the web. The E Ink display makes for easy reading as it can be read in the amount of light it would take to read a real book (including bright sunlight). There is no backlight so reading in very dim or dark environments cannot be done.E Ink replicates the appearance that printed words have on a piece of paper instead of how they are displayed on a computer. The 2GB of internal storage is actually more than enough for people that just want an ebook reader as you can easily hold over 1,000 books on the device. Plus you can store your purchases in Amazon’s cloud storage for free. Since it uses Wi-Fi, you will need to have access to a wireless connection to download books. Battery life on the Kindle is 3 to 4 weeks, depending on wireless usage.

 

 

 

Next up is the Kindle Touch, the touch screen version of the popular ebook reader. Dimensions for this device are a tiny bit bigger than those of the base unit, 6.8″ x 4.7″ x 0.40″ and weighs 7.5 ounces (Wi-Fi version) and 7.8 ounces (3G version). Like the base Kindle, the Kindle Touch has a 6″ E Ink display, uses the touch screen for navigation, page turning, and keyboard. This means that you will use the touch screen for everything, so if you are a button person, you may not want this option. It is offered in a Wi-Fi only version and a Wi-Fi/3G version (for $50 more). Internal storage on the Kindle Touch is 4GB. The price for this device depends on which connectivity option you take and whether you want to be ad free or not.

 

 

 

 

 

The Kindle Keyboard is what its name implies, a Kindle with a physical keyboard. The device measures 7.5″ x 4.8″ x 0.34″ and weighs 8.5 ounces (Wi-Fi version) and 8.7 ounces (Wi-Fi+3G version). Just like the other two models, the Kindle Keyboard has a 6″ E Ink Pearl display. It has battery life similar to the Kindle Touch and has 4GB of internal storage. The device has its own physical keyboard located beneath the display, along with a 5-way controller. This model is definitely for those that require physical buttons instead of those on a touchscreen. Another thing it has in common with the Kindle Touch is that the price for this device depends on which connectivity option you take.

 

 

 

 

 

The Kindle Fire is a tablet with a Full Color 7″ Multi-touch Display and connects to the web via Wi-Fi. The tablet is fully integrated with Amazon’s cloud services. The operating system is Android 2.3 with a customized user interface tacked on. All Google apps and services have been removed from the OS, so that everything is reliant on Amazon’s services. The tablet has 8GB of internal storage, which is rather small for a tablet, however it comes with free cloud storage of all Amazon content. Like other Android tablets, you can run apps and games, watch movies, listen to music, surf the web, etc. See Review Kindle Fire at Review Kindle Fire

 

 

 

 

 

Conclusion

If you are sure you want to buy one of the members of the Kindle family for yourself or someone else, make sure you know what you plan on using the device for and what the user’s preferences are. If you want a multimedia tablet, get the Kindle Fire. If you want an ebook reader, you need to figure out what the driving factors are for your purchase. If the user is not needing to use the keyboard much and wants Wi-Fi, then the Kindle is the one to get. If the user needs to use the free 3G service, then you’ll need to choose between the Kindle Touch or Kindle Keyboard. If the user does not mind touch screens, then they will do fine with the Kindle Touch. If you have those physical buttons, you will want to get the Kindle Keyboard. The final decision you have to make is whether the ads are going to be a problem. If not, save the money and go with the Special Offers version. If you refuse all ads, pay the extra money for remove ads later.

Good luck with your Kindle purchase. Let us know if you have any issues or questions.

 Page 21 of 22  « First  ... « 18  19  20  21  22 »